สกรัม หนึ่ง สอง สาม ปลาฉลามขึ้นบก

มารู้จัก Feature Team กัน ตอนที่ 2: ทีมที่บริหารจัดการตัวเองได้

AuthorityMatrix_figure1

ตอนที่ 2 ของมารู้จัก Feature Team กัน ขอพูดถึงเรื่องของ ทีมที่สามารถบริหารจัดการตัวเองได้ หรือ Self-managing team ขอย้ำกลับไปที่ตอนที่ 1 ทอ-อี-มอ อ่านว่า ทีม

ทีมไม่ใช่แค่กลุ่มคนที่เอามานั่งรวมๆ กันแล้วให้ทำงาน แต่เป็นกลุ่มคนที่เชื่อใจซึ่งกันเและกันที่จะทำงานไปด้วยกัน

Feature Team ที่ผมกำลังจะทุกๆ คนไปนั้นทีมนี้คือทีมที่สามารถเลือกหยิบ ฟีเจอร์และฟังค์ชัน ไปทำได้เอง ซึ่งจะพล่ามต่อในตอนต่อๆ ไป แต่ที่ต้องพล่ามเรื่อง ทีมที่บริหารจัดการตัวเองได้ นั้นเป็นหนึ่งในคุณลักษณะที่สำคัญของ Feature Team นี้เลย

Continue reading

มารู้จัก Feature Team กัน ตอนที่ 1: ทอ-อี-มอ อ่านว่า ทีม

team-simon-sinek

สักประมาณสัปดาห์ที่แล้ว (นับจากวันที่นั่งเขียน Blog นี้ ย้อนกลับไปนะครับ) ได้มีโอกาสอยู่ในวงสนทนาว่าด้วยเรื่องของ ทอ-อี-มอ อ่านว่า ทีม คุยไปคุยมาอยู่ดีๆ ก็มีคำว่า Feature Team โผล่ขึ้นมาซะงั้น ตกดึกกลับมาถึงบ้านเปิด Facebook เจอคำว่า Feature Team โผล่ขึ้นมาอีกซะงั้น ก่อนจะอาบน้ำนอนก็เลยคิดเพลินๆ ว่า เอ๊ะ…ยังไงว่ะเนี่ยทำไมถึงบอกว่า ฉันกำลังจะสร้าง Feature Team ฉันทำงานอยู่ใน Feature Team ฉัน บลา บลา บลา Feature Team แต่จริงๆ แล้ว ฉัน เขา เรา เธอ ต่างเข้าใจคำว่า Feature Team หรือเปล่าว่าหมายถึงอะไรและมีคุณลักษณะอย่างไร ซึ่งมิได้หมายความว่า คนที่อ้างอิงคำว่า Feature Team อย่างน้อยสองคนที่ผมได้ประสบพบเจอนั้นผิดนะครับ

วันนี้เลยมานั่ง พล่าม ว่าด้วยเรื่องของ Feature Team ว่าคืออะไร? โดยแหล่งอ้างอิงที่นำมา พล่าม มาจากสองแหล่งหลักๆ คือ

  • เว็บไซต์ Large-Scale Scrum (LeSS) เรื่อง Teams
  • เว็บไซต์ Large-Scale Scrum (LeSS) เรื่อง Feature Team
  • ประสบการณ์ตอนเป็น หัวหน้าวินมอไซต์ (IT Development Manager) ที่ TARAD.com เมื่อหลายๆๆ ปีก่อน

นะจ๊ะ

Continue reading

ทำไมเราต้องการนำแอจไจล์มาใช้?

Why-Agile

กราบสวัสดีเช้าวันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2558 ก่อนจะเข้าสู่โหมดพนักงานบัญชีสรุปรายรับรายจ่ายสิ้นเดือนเลยขอมาพล่ามเรื่องที่คิดอยู่ในหัวกะบาลมาหลายวันแล้วว่า ทำไมเราต้องนำแอจไจล์มาใช้?

ก้าวเข้าสู่ปีที่สามของการออกจากชีวิต มนุษย์เงินเดือน มาเป็น ผู้ชายขายบริการทางแอจไจล์ ก็มีลูกค้าที่เข้ามาซื้อบริการไม่ว่าจะเป็น การเรียนการสอน ขอคำปรึกษาและซื้อชั่วโมงเพื่อไปให้บริการ ณ ที่ทำการของลูกค้า

ไม่ว่าจะบริการแบบไหนที่ขายไปนั้น เมื่อมีโอกาสได้สอบถามจากลูกค้าทั้งหลายว่า ทำไมเราต้องนำแอจไจล์มาใช้? ส่วนใหญ่จะตอบมาด้วยรอยยิ้ม :)

เลยทำให้หนูเองต้องกลับมานั่งหยุดคิดทบทวนกับคำถามของตัวเองว่า ทำไมเราต้องนำแอจไจล์มาใช้? 

Continue reading

Sprint Planning Part II: เทคนิคสำหรับ SM เพื่อช่วยทีมหาคำตอบ How Much ได้หล่อขึ้น

scrum123-sprint-planning-part-2-technique-001

สวัสดีค่ำคืนวันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 คืนที่ฝนตกพรำๆ เลยหยิบปากกามาขีดๆ เขียนๆ ภาพออกมาสามภาพเพื่อแบ่งปันเทคนิคส่วนตัวที่ใช้ใน Sprint Planning Part II เมื่อสวมหมวกเป็น ScrumMaster ให้กับทีมพัฒนาซอฟต์แวร์นะจ๊ะ

เกริ่นนำคราวๆ ก่อน Sprint Planning Part II เป็นประชุมที่ทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ (Cross Funcitonal Team) ใช้เวลาประมาณ 2-4 ชั่วโมงในวันแรกของ Sprint เพื่อตอบสองคำถาม

  1. How, คิด วิเคราะห์ ออกแบบและวางแผนว่าเปลี่ยนความต้องการที่จัดเก็บในรูปแบบของ Product Backlog Item (PBI) ไปเป็นซอฟต์แวร์ที่พร้อมส่งมอบ (Potentially Shippable Product) ได้อย่างไร?
  2. How Much, วางแผนว่า ณ Sprint นี้ จะสามารถส่งมอบ PBI ได้ทั้งหมดเท่าไรโดยเรียงตามลำดับที่ Product Owner อยากจะได้ที่รับเข้ามาจาก Sprint Planning Part I

เทคนิคที่ผมนำมาแบ่งปันค่ำคืนนี้จะเป็นเทคนิคที่ช่วยในการตอบคำถาม How Much นะจ๊ะ

คำเตือน:สิ่งที่ท่านจะได้เสพต่อไปนี้เป็นสายโหดละเอียดยิบในการวางแผนงานซึ่งใน Scrum เองนั้นไม่ได้บอกว่าจะต้องทำด้วยเทคนิคหรือวิธีการใด ทั้งหมดนี้เกิดจากประสบการณ์ส่วนตัวจากการลงมือทำและร่ำเรียนมาจากครูบาอาจารย์
Continue reading

Top Management Understanding #TACR2015

TOP MANAGEMENT

บอกเล่า แบ่งปัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์

มุมมองระดับองค์กร #TACR2015

Top Management Understanding

TACR2015

จากที่ได้มีโอกาสไปร่วมงาน Thailand Agile Coach Retreat 2015 เมื่อวันที่ 19 – 21 มิถุนายน 2558 ณ  สามพราน ริเวอร์ไซด์ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม และมีความสนใจที่อยากจะได้องค์ความรู้ ประสบการณ์ และมุมมองต่างๆ ระดับองค์กร เมื่อมีการแบ่งกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมร่วมกันจึงเข้าร่วมกลุ่มแบ่งปันประสบการณ์กันระดับองค์กร ซึ่งเริ่มต้นด้วยการให้สมาชิกในทีมแต่ละคนเขียนปัญหาที่พบระดับองค์กรเมื่อนำแนวคิด Agile มาใช้ในกระบวนการพัฒนา Software ซึ่งปัญหาแรกที่หยิบขึ้นมาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันคือ Top Management Understanding ว่าด้วยเรื่องการสร้างและเพิ่มความเข้าใจให้ผู้บริหารระดับสูงโดยตั้งคำถามว่า “แนวทางที่คิดว่าจะสามารถสร้างและเพิ่มความเข้าใจให้ผู้บริหาระดับสูงมีอะไรบ้าง?” หลังจากที่ทีม Brainstorm แลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ได้ข้อสรุปร่วมกันว่า ในฐานะ Agile Coach คิดว่าแนวทางที่สามารถจะช่วยสร้างและเพิ่มความเข้าใจให้ผู้บริหารระดับสูง มี 4 ข้อ ดังต่อไปนี้

1. Influence พึ่งพาผู้ทรงอิทธิพลด้านบวกที่มีองค์ความรู้ มีความน่าเชื่อถือ เป็นที่ยอมรับ และได้รับความไว้วางใจจากผู้บริหารระดับสูง สามารถโน้มน้าวจูงใจ ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง กำหนดทิศทาง และพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกับผู้บริหารระดับสูงได้ ซึ่ง Influence อาจจะเป็นบุคคลภายในองค์กร (Internal) หรือ บุคคลภายนอกองค์กร (External) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความสัมพันธ์เชิงบวกกับผู้บริหารระดับสูง

The-Influence-of-Community-Type-on-its-Characteristics-300x228

2. Knowledge จัดหลักสูตรอบรมระดับผู้บริหาร (Training)  จัดหาบริษัทภายนอกมาให้คำปรึกษา คำแนะนำ และวิธีการ (3’rd Party Consult) และชี้แนะ นำทาง (Guiding) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มองค์ความรู้ให้ผู้บริหารระดับสูง 

stock-photo-transparent-ball-with-inscription-learning-in-a-hand-151074635
3. Involvement สร้างโอกาสให้ผู้บริหารระดับสูงได้เข้ามามีส่วนร่วม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้รับรู้เป้าหมาย และแนวทางการดำเนินงานร่วมกัน ตัวอย่างเช่น 

  • กิจกรรม Sprint Review : เชิญผู้บริหารระดับสูงเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรม Sprint Review 
  • Social Media : สร้าง FB Group และ Invite ผู้บริหารระดับสูงเข้ามา Join

stock-photo-multiethnic-people-discussion-meeting-social-media-concept-243534220
4. Expectation Management บริหารความคาดหวังของผู้บริหารระดับสูง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรับรู้ เข้าใจ และตอบสนองความคาดหวังของผู้บริหารระดับสูงได้ด้วยสิ่งที่คิดมูลค่าด้วยเงิน และสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเงิน ก่อนอื่นมาเริ่มทำความรู้จักว่า “ความคาดหวังคืออะไร?” ความคาดหวัง คือความรู้สึกความต้องการที่มีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันไปจนถึงอนาคตข้างหน้า เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้า เป็นระดับหรือค่าความน่าจะเป็นของสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่หวังไว้ อาจจะเป็นรูปธรรมหรือนามธรรมก็ได้ โดยใช้ประสบการณ์การเรียนรู้เป็นตัวบ่งบอก และความคาดหวังเป็นตัวบ่งชี้แห่งความสำเร็จ ซึ่งจะช่วยในการตัดสินใจของแต่ละคนที่จะเลือกกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใดที่จะได้รับการตอบสนองความต้องการในสิ่งนั้น

การบริหารความคาดหวังของผู้บริหารระดับสูง คือ ความสามารถที่จะตอบสนองความต้องการของผู้บริหารระดับสูงได้ตามที่ผู้บริหารระดับสูงคาดหวังไว้ ซึ่งระดับความคาดหวังนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับสิ่งที่ได้รับแล้วจะได้ผลลัพธ์ออกมา 3 ระดับ ดังนี้
1. สิ่งที่ได้รับ เท่ากับ สิ่งที่คาดหวัง ผลลัพธ์ที่ได้ คือ ความสมหวัง หรือความพึงพอใจของผู้บริหารระดับสูง (Satisfaction)

2. สิ่งที่ได้รับ ต่ำกว่า สิ่งที่คาดหวัง ผลลัพธ์ที่ได้ คือ ความผิดหวัง หรือ ไม่พึงพอใจของผู้บริหารระดับสูง (Disappointment)

3. สิ่งที่ได้รับ สูงกว่า สิ่งที่คาดหวัง ผลลัพธ์ที่ได้ คือ ความยินดีปรีดา และปลาบปลื้มปิติของผู้บริหารระดับสูง (Delight)

สรุปแล้ว หลักการบริหารความคาดหวังของผู้บริหารระดับสูง คือ การตอบสนองความต้องการของผู้บริหารระดับสูงให้ได้ในระดับมากกว่าเท่ากับความคาดหวังของผู้บริหารระดับสูง แต่การที่จะสามารถบริหารความคาดหวังของผู้บริหารระดับสูงได้นั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การหาคำตอบจากคำถามที่ว่า “ความคาดหวังของผู้บริหารระดับสูงมีอะไรบ้าง?” คำตอบที่ได้ คือ สิ่งที่ผู้บริหารระดับสูงต้องการและจะต้องได้รับการตอบสนองความต้องการในสิ่งนั้นๆอย่างเหมาะสม เพราะความคาดหวังของผู้บริหารระดับสูงคือตัวบ่งชี้ความสำเร็จนั่นเอง

stock-photo-business-hand-writing-business-success-by-many-process-160371212stock-photo-expectation-diagram-193496741

เรื่องราวที่บอกเล่า แบ่งปัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ข้างต้น น่าจะพอเป็นทางเลือกให้เหล่า Agile Coach นำไปใช้สำหรับสร้างความเข้าใจให้ผู้บริหารระดับสูง และในทางกลับกันก็สามารถทำให้เราเข้าใจความคาดหวังของผู้บริหารระดับสูงได้เช่นกัน

ขอบคุณภาพถ่ายจาก Album Thailand Agile Coach Retreat 2015

แบ่งปัน Thailand Agile Coach Retreat 2015

IMG_20150702_2

 

เมื่อวันที่ 19 – 21 มิถุนายน 2558 ได้มีโอกาสไปร่วมงาน Thailand Agile Coach Retreat 2015  ณ  สามพราน ริเวอร์ไซด์ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ซึ่งจัดขึ้นครั้งแรกโดยบริษัทสยามชำนาญกิจ ทำให้เกิด Community ของกลุ่มคนที่มีความสนใจทางด้าน Agile for Software Development จากบริษัทต่างๆ มาพบปะ พูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกัน จึงอยากนำบรรยากาศการจัดงาน นำองค์ความรู้ และประสบการณ์ที่ได้รับมาแบ่งปัน  Continue reading

ScrumMaster เป็น โค้ช

IMG_2442

 

หลายเดือนนี้ถูกฝึกเพื่อเป็น ScrumMaster ซึ่งหนึ่งในสิ่งที่จะต้องทำคือการอ่านหนังสือเพื่อเพิ่มองค์ความรู้ของตัวเอง โดยหนังสือที่โค้ชหนุ่มนำมาให้อ่านคือ Agile Coaching ดังนั้นเลยขอนำมาแบ่งปันดังนี้

 

ที่มา : หนังสือ Agile Coaching
Sourced by Prathan D.
Chapter 1 : Starting the Journey
What Does an Agile Coach Do? (ตอน 2)
Agile Coach mindmap


‪#‎Notice‬: คอยสังเกต (Observe) การทำงานของทีมว่าเป็นอย่างไร? ด้วยการดู (Watch) และการฟัง (Listen) ทำการสะท้อนกลับ (Reflect) หรือ ใช้วิธีการตั้งคำถาม (Question) เพื่อให้ทีมได้คิดและรับรู้ถึงวิธีการทำงานของทีมด้วยเหตุและผล


‪#‎Feedback‬: ให้ Feedback ทีมเกี่ยวกับอะไรก็ตามที่สังเกตเห็นจากการทำงานของทีม ช่วยทีมรวบรวม feedback ที่เกี่ยวกับการทำงานเพื่อให้ทีมมองเห็นปัญหาของตนเองด้วยการใช้คำพูด (Verbal) แบบคุยทั้งทีม (team) หรือ ตัวต่อตัว (1 on 1) และการทำให้เห็นภาพ (Visual) ด้วย charts, flow, metrics, reminders

#‎Educate‬: ค้นหาวิธีการที่จะกระตุ้นทีมให้เกิดการเรียนรู้ ด้วยการสาธิตแสดง (demonstrating) ให้เห็นว่า Agile เป็นอย่างไร หรือ สอน (teach) ด้วยการทำ dojo, เล่น games, บอกเล่าเรื่องราว (stories), จัด class training หรือ การยกตัวอย่าง (examples)

#‎Facilitate‬: การช่วยเหลือนำทีมไปสู่วิธีการสื่อสาร การประสานงานทำงานร่วมกันที่สร้างสรรค์ และ เกิดประโยชน์คุ้มค่า ประกอบด้วยการประชุม (meeting), บทสนทนา (dialog), สภาพแวดล้อมการทำงาน (environment)

#‎Support‬: เมื่อทีมท้อแท้ พบเจออุปสรรค ให้กำลังใจทีมเพื่อทำให้ทีมเดินหน้าต่อได้ และช่วยทำให้ทีมมีพลังด้วยวิธีการดูแลเอาใจใส่ (nurture) เช่น สนับสนุนส่งเสริมให้กำลังใจ (encourage), พาทีมไปกินเลี้ยงสังสรรค์ (feed), ปกป้องคุ้มครอง (protect) และการกระตุ้นให้เกิดพลัง (energize) เช่น การท้าทาย (challenge), การทดสอบ (experiment)

 

สังคมแห่งการแบ่งปันจากการลงมือทำ Agile Coach แห่ง สยามประเทศ

CoP

เมื่อวันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 ได้มีโอกาสไปแบ่งปันประสบการณ์ในงาน Agile Thailand 2015 โดย session สุดท้ายของตัวผมเองคือ Agile Coach เป็น อยู่ คือ จากประสบการณ์ 6 ปี ซึ่งระหว่างทางกลับบ้านหลังจบงานก็นั่งคิดว่าคงต้องถึงเวลาที่จะมี ชมรมผู้นำทางจิตวิญญาณ Agile (Agile Coach) ณ สยามประเทศสักทีกระมังและคำว่า Community of Practice (CoP) ก็ลอยเด่นขึ้นมาในสมองผมทันที

Continue reading

Thailand Agile Coaching Retreat คืออะไร?

11012498_1568497250057869_9040599800609029475_n

 

ยินดีต้อนรับสู่งาน Thailand Agile Coaching Retreat 2015 ซึ่งถือว่าเป็นงานใหม่สำหรับประเทศไทย ดังนั้นจึงขอแนะนำว่า Thailand Agile Coaching Retreat คืองานอะไรผ่านทางบทความนี้

แรงบันดาลใจ

ต้นแบบแรงบันดาลใจของ Thailand Agile Coaching Retreat คือ Scrum Coaching Retreat APAC ที่จัดขึ้นในประเทศไทย ณ โรงแรมฮิลตัน พัทยา จังหวัดชลบุรี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2557 ถึงวันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2557 โดยวิสัยทัศน์ของงาน Scrum Coaching Retreat คือ

Continue reading

ทำงาน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์พอแล้วนะจ๊ะ ตอนที่ 1

XP-40-hours-work-week

 

สวัสดียามค่ำวันพุธที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2558 วันหยุดสงกรานต์วันสุดท้ายของปี พ.ศ. 2558 ได้มีโอกาสนั่งนิ่งๆ และไล่อ่านเรื่องต่างๆ ตาม Blog และหนังสือ ค่ำนี้เลยมานั่งเขียนเรื่องหนึ่งที่สำหรับตัวหนูเองมีความเกี่ยวข้องกับการพัฒนาซอฟต์แวร์ด้วย Scrum คือ ชั่วโมงทำงานในหนึ่งสัปดาห์ของการทำงาน (จันทร์ – ศุกร์) นะจ๊ะ

สืบเนื่องจากวันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2558 ได้นั่งฟัง ป๋าปุ๋ย แห่ง somkiat.cc อธิบายเรื่องของ Extreme Programming ให้กับ Agile Coach และ Technical Coach ฝึกหัด ณ บริษัท แห่งหนึ่ง

หนึ่งในเรื่องที่หนูสนใจเป็นพิเศษคือ “working no more than 40 hours a week” ซึ่งสอดคล้องกับทั้งการสอน (Training) ของหนูเองที่พร่ำบอก และเวลาที่ช่วยนำพาและฝึกฝน (Coaching) ทีมของลูกค้าให้ทำงานเพียงแค่วันละ 8 ชั่วโมง 5 วัน เท่ากับ 40 ชั่วโมงเช่นกัน เลยไปตามอ่านเรื่องของ working no more than 40 hours a week และได้ความตามนี้

Continue reading

« Older posts

Copyright © 2015 สกรัม หนึ่ง สอง สาม ปลาฉลามขึ้นบก

Theme by Anders NorenUp ↑