สกรัม หนึ่ง สอง สาม ปลาฉลามขึ้นบก

Sprint Backlog ของหนู

IMG_0232

ห่างหายจากการเขียน Blog ไปสักพัก ค่ำคืนนี้เลยกลับมาเขียนเรื่องของ Sprint Backlog โดยคืนนี้ผมจะนำ Sprint Backlog ของตัวเองที่ใช้ และแนะนำให้ Development Team หรือ Delivery Team ที่ผมเป็น ScrumMaster เริ่มใช้งาน

อธิบายสั้นๆ ว่า Sprint Backlog คืออะไร?

Sprint Backlog คือ พื้นที่ที่ใช้เก็บบันทึกของที่ Delivery Team รับ Product Backlog Item (PBI) มาจาก Product Owner และได้ดำเนินการประมาณการแล้วว่า น่าจะพัฒนาและส่งมอบได้ ใน Sprint นั้นๆ โดย Sprint Backlog จะถูกออกแบบเป็น กระดาน (Board) เพื่อให้สมาชิกทุกคนใน Delivery Team เห็นได้อย่างชัดเจน และเป็นเครื่องมือสำหรับการทำ Project Management

Sprint Backlog ผมจะแนะนำให้ Delivery Team เริ่มใช้งานแบบง่ายๆ ก่อน โดยมีลักษณะดังนี้

Continue reading

Turn the tables Retrospective ลองเอาใจเขา มาใส่ใจเรา

112527iff39bin7rq3aza7

Retrospective  เป็นกิจกรรมที่สำคัญอย่างนึงของ Scrum เพื่อให้เรามองย้อนกลับไปใน Sprint ที่ผ่านมาว่าทีมเรามีอะไรที่ดี และอะไรที่ควรปรับปรุงบ้าง   การจัด Retrospective ที่ดีถือเป็นงานท้าทายอย่างนึงของ Scrum Master ซึ่งจะต้องทำให้ทีม สื่อสาร และเปิดใจ เพื่อให้ได้ ข้อมูลและวิธีแก้ปัณหาร่วมกัน

วันนี้ผมขอแนะนำวิธีที่ใช้ในการทำ Retrospective  อีกรูปแบบนึงที่ใช้ได้ดีกับทีมที่มีปัณหา Communication ทีมที่พึ่งรวมตัว หรือทีมที่มี Conflict ภายใน

Continue reading

Scrum Diary: Scrum กับ CMMI เข้ากันได้อย่างไร?

discussion-cmmi-and-scrum

 

หลายต่อหลายครั้งที่ได้ยินคำพูดบ่นเรื่อง CMMI (Capability Maturity Model Integration) ว่าไม่ดี อย่างนั้น อย่างนี้ อย่างโน้น ก็เลยขอเสือกลงไปดูหน่อยสิว่า จริงๆ แล้วมันใช่แบบนั้นหรือเปล่า และผลที่ได้รับจากการ อ่าน เอกสาร CMMi บวกกับ พูดคุยฟัง จาก CMMi Implementer ในไทยหลายๆ คน เฮ้ย มันไม่ใช่ CMMI ของเขาดี แต่ คุณเองหรือเปล่าที่ไม่เข้าใจมันเองจริงๆ ถึงแก่น

8 เดือนกว่าๆ (ณ ตอนที่นั่งเขียน Blog นี้) ผม และทีมงานเข้ามาช่วยพาทีมพัฒนา Software ของ บริษัท โกซอฟต์ (ประเทศไทย) จำกัด ออกเดินทางบนเส้นทางของ Agile โดยใช้ Scrum เป็นเพื่อนนำทาง ซึ่งปัจจุบันทางบริษัท โกซอฟต์ (ประเทศไทย) จำกัด เองนั้นก็ผ่านการตรวจ CMMi Level 5

เมื่อวานนี้ (วันอังคารที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2558) เชิญ ปลา (Jintana Chanakul) CMMI Implementer สาว ผู้คล่องวอดในเรื่อง CMMI แห่ง บริษัท โกซอฟต์ (ประเทศไทย) จำกัด มาร่วมพูดคุย และสรุปภาพระหว่าง Scrum และ CMMI ออกมา ได้ความว่า

Continue reading

ความเข้าใจผิดที่ 1: Scrum มันก็คือ Waterfall นั่นแหละ แค่หล่อกว่า

fact-or-myth

 

สวัสดีเช้าวันจันทร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2558 เพื่อนพ้องน้องพี่หลายๆ คนน่าจะพร้อมทำงานในวันแรกของปี 2558 (มั้ง) ยังไงก็สู้ๆ กันต่อไปนะจ๊ะ เริ่มเข้าเรื่องเลยละกัน ช่วงวันหยุดส่งท้ายปีเก่าตอ้นรับปีใหม่ได้รับอีเมลข่าวสารจาก ScrumAlliance และไปสะดุดตากับหนึ่งเรื่องในอีเมลนั้น กับ ข้อความว่า The Top 3 Scrum Myths (ใครสนใจอ่านต้นฉบับ Click ไปอ่านต่อได้เลย) อ่านแล้ว ต้องยิ้มมุมปาก เพราะตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมาที่ออกตะเวนบอกเล่าพาทำความรู้จักกับ Scrum ก็จะเจอความเข้าใจผิดไม่ต่างจากบทความนี้เช่นกัน

เช้าวันนี้เลยขอหยิบ The Top 3 Scrum Myths มาแปลเป็นภาษาไทย + ผสมผสานประสบการณ์ส่วนตัวของผมลงไปด้วยนะจ๊ะ โดยผมจะขอเขียนแยกออกเป็นตอนๆ ไปนะจ๊ะ

Continue reading

Scrum coach retreat day 2: Technical Coach

มาต่อกันจากบทความก่อนหน้า ในวันที่สองของ scrum coach retreat apac 2014 ทีมผมได้มีการเลือกหัวข้ออะไรคือการโค้ชเชิงเทคนิคขึ้นมาจาก backlog เรามีเวลา 135 นาที แบ่งเป็น 30 นาที 4 ช่วงเพื่อหาคำตอบ และอีก 15 นาทีสำหรับ retrospective

เราเริ่มจากเขียนสิ่งที่แต่ละคนคิดว่ามันคือการโค้ชเชิงเทคนิคลงใน post-it แล้วโยนไว้ข้างหน้าตัวเอง เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว post-it ตรงหน้าแต่ละคนมีไม่มากเท่าไหร่ แต่พอเอามารวมกันแล้วมันน่าจะเพียงพอสำหรับตอบคำถามของเราในตอนนี้ Continue reading

เพิ่ม “ความโปร่งใส (Transparency)“ ด้วย นิยามของคำว่า “เสร็จสมบูรณ์” (Definition of “Done”)

ก่อนอื่น เรามาอ่านนิยามของคำว่า “ความโปร่งใส” กันก่อนนะครับ แล้วเราจะรู้ว่าทำไม คุณสมบัตินี้ จึงเป็นที่ปรารถนาของ เจ้าของบริษัท หรือ ผู้จัดการโครงการ  หรือ ผู้บริหารโครงการ หรือ คนทำงานอย่างเราๆ อยากให้มันเกิดขึ้นซะเหลือเกินกับการทำงานร่วมกันของคนในองค์กรณ์ของเขา (ผมคัดลอกจากแหล่งอื่นมาอีกที)

ความโปร่งใส (Transparency) หมายถึง การมองเห็นภาพโดยตลอดปราศจากประเด็นแอบแฝง ซ่อนเร้น มีข้อมูลชัดเจน ละเอียด ประกอบการประสานงาน การร่วมมือร่วมใจ และการตัดสินใจ โดยความหมายของคำว่า ความโปร่งใสในองค์กร (Corporate transparency) ตามที่ระบุไว้ในวิกิพีเดีย จะเน้นการขจัดอุปสรรค และ/หรือการอำนวยความสะดวกให้ ประชาชน เข้าสู่ข้อมูลข่าวสารขององค์กร กฎหมาย กฎระเบียบ และกระบวนการทำงาน โดยสะดวก จากคำจำกัดความดังกล่าว อาจสรุปได้ว่า ความโปร่งใสที่ใช้ในการบริหาร งานจะหมายถึง การสร้างความเปิดเผย เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งจากภายใน และภายนอกหน่วยงานสามารถเข้าถึงข้อมูลด้วยวิธีการต่างๆ มีการสื่อสาร การแสดง ความรับผิดชอบ พร้อมรับการตรวจสอบ รวมทั้งมีกระบวนการในการติดตาม (tracking) และ ประเมินผล (measure) ที่ได้รับการยอมรับว่าเที่ยงตรงและเชื่อถือได้

อ่านความหมายของ ความโปร่งใสแล้ว คุณก็คงอยากได้ ทีมที่ทำงานด้วยความโปร่งใสเหมือนเจ้าของบริษัท หรือ ผู้จัดการโครงการ หรือ ผมนี่ แล้วใช่มั้ยละครับ แน่นอนครับ ทีม Scrum นั้น มีคุณสมบัติของ ความโปร่งใส แล้ว โดยผ่านการทำงานร่วมกันด้วยเอกสารที่ใช้สื่อสารกัน หรือ วัตถุที่เกิดจากกระบวนการพัฒนา (artifact) 3 สิ่งของเกมส์ Scrum นั่นก็คือ Product Backlog, Sprint Backlog และ Increment

การทำงานร่วมกันเป็นทีมที่มี  “ความโปร่งใส”  ใน Scrum Guide ได้อนุญาตให้เรานำ นิยามของคำว่า “เสร็จสมบูรณ์” (Definition of “Done”) กำหนดเพิ่มไว้ใน artifact ทั้ง 3 ได้ ซึ่งจะทำให้ ทีม Scrum มีคุณสมบัติการทำงานร่วมกันเป็นทีมที่มี “ความโปร่งใส” ได้ไงล่ะครับ

Continue reading

เริ่มต้นโครงการทุกชนิดด้วยเกมส์ Scrum… อธิบายด้วยตัวอย่างง่ายๆ

จุดเริ่มต้นของการเริ่มต้นพัฒนาโครงการ

จุดเริ่มต้นพัฒนาโครงการ เพื่อจุดประสงค์ใดๆ เราต้องเริ่มจากมีปัญหา (Problem Domain) ของลูกค้า มาตั้งต้น ก่อนเสมอ

หลังจากที่เราได้รับปัญหามาแล้ว เราก็เริ่มทำการคิด(Thinking), วิเคราะห์(Analysis), และ แยกแยะ (Classification) เพื่อให้เราเข้าใจปัญหาให้ลึกที่สุด แล้วจึงค่อยแยกองค์ประกอบของมัน, โครงสร้างความสัมพันธ์ของพวกมัน หรือก็คือเข้าใจเหตุและผล อันทำให้เกิดปัญหานี้ขึ้นมา

หลังจากที่เราช่วยกันวิเคราะห์ปัญหา เสร็จแล้วเราก็จะได้ สิ่งที่เรียกว่า โครงการ (Projects) ออกมานั่นเอง

โครงสร้างองค์ประกอบของโครงการนั้น จะประกอบด้วย 4 ส่วนสำคัญ อันได้แก่

  • ผลเฉลยที่เป็นคำตอบของปัญหา (Solutions) [+คุณสมบัติเชิงคุณภาพ (Qualities) ในที่นี้ขอละไว้]
  • กิจกรรมที่เราต้องทำเพื่อให้เกิดผลเฉลย (Activities)
  • ทรัพยากรที่เราต้องใช้ทำกิจกรรม (Resources)
  • ต้นทุนของการใช้ทรัพยากร (Cost)

Continue reading

It’s me! Jammy

เขาคือใครหนอ?

ชื่อชำนาญ อินต๊ะ      ชื่อเล่นแจ่มมี่      หรือบางทีก็แหล่มมี่ บางทีก็แจ่ม บางที่ก็แหล่ม แล้วแต่จะสรรหาและไอเดียจะบรรเจิด

ตอนนี้ทำงานที่ Lanna Softworks Company, Ltd. ตำแหน่ง Software developer

Me

 

เป็นใคร? มาจากไหน?

>> เป็นคนเชียงใหม่โดยกำเนิด จบปริญญาตรีวิทยาการคอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้

>> หลังจากเรียนจบก็ไปทำงาน กทม. เป็นโปรแกรมเมอร์ สาย .NET ทำงานซักพักก็เริ่มได้มาจับงานพวก SA บ้าง เรียนรู้จากงานที่แหละครับ

>> ช่วงทำงานก็มีไปทำ outsource ไปเป็น contract ก็หลายที่อยู่นะครับ

>> ใช้เวลาเป็นหนุ่มเมืองกรุงอยู่ซักพัก ก็เริ่มคิดถึงบ้านเลยคิดว่า “ปิ๊กบ้านเฮาเต๊อะ” (กลับบ้านเราดีก่า)  จึงได้มาทำงานที่ LSW จนถึงปัจจุบัน

 

บทบาทหน้าที่ในที่ทำงาน ?

>> อยู่ Develop Team ครับ ชื่อทีม Site Maintenance

>> หน้าที่ก็วิเคราะห์งานหา Solution สำหรับ Resolved issue ต่างๆ ร่วมกับทีมงาน แล้วนำมาเขียนโปรแกรมครับ ได้รับฉายา “คุณหมอพรทิพย์” เพราะต้องสืบจากศพ(Bug)

>> บทบาทอื่นๆ ก็ช่วยเหลือทีม QA เพื่อทดสอบระบบครับ

 

รู้จัก scrum123 ได้จะใด?

>> ได้รู้จัก “การเดินทางบนเส้นทาง Agile โดยใช้ Scrum เป็นยานพาหนะ” จากค่าย Spartan 2.5 เมื่อวันที่ 20-22 ตุลาคม 2014 โดยพี่หนุ่ม จึงอยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ SCRUM123 เพื่อแลกเปลี่ยนและแบ่งปันประสบการณ์กับผู้ร่วมอุดมการ์นี้ด้วยกันครับ ^_^

Spartan2.5

 

สวัสดีครับ! … ผมขอแนะนำคุณให้รู้จักกับ…

สวัสดีครับ ผมจะเล่าตัวผมเองให้อ่านกันนะครับ

เขามีชื่อจริงว่า “ปริญญา ชวนะสุวรรณกุล” เรียกเขาเล่นๆว่า “ดิ่ง” หน้าตาเขาเป็อย่างนี้

20141210_170518

เขาสำเร็จใน เศรษฐษศาสตร์, สถิติศาสตร์, คณิตศาสตร์, การวิจัยดำเนินงาน และ การพัฒนาซอฟแวร์ เขามีความเชื่อว่าศาสตร์ต่างๆเหล่านั้นสามารถทำให้เขาเข้าใจสิ่งต่างๆบนโลกใบนี้ได้ง่ายขึ้น แล้วเมื่อนำมาประยุกต์ใช้ร่วมกันมันก็สามารถใช้แก้ปัญหาต่างๆของเขาเอง และช่วยเหลือผู้อื่นได้ด้วย

งานแรกที่เขาทำคือ งานวิเคราะห์แบบจำลองคณิตศาสตร์ทางเศรษฐมิติของการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศไทย โดยเขาได้ใช้ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย และกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นงานวิจัยชิ้นหนึ่งของมหาวิทยาลัย เขามีความภูมิใจมากเพราะ มันเป็นงานที่ใช้ศาตร์ต่างๆที่เขาตั้งใจเล่าเรียนมาทั้งหมดเพื่อสร้างงานชิ้นนี้ขึ้นมา

หลักจากนั้นเขาก็เรียนต่อในสาขาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์  เพราะเขาแค่อยากเขียนโปแกรมใข้เองบ้าง ไม่ใช่ไปเอาซอฟแวร์สำเร็จรูปมาช่วยเขาวิเคราะห์ผล อย่าง MATLAB, SPSS, Mathematica เขาจึงได้เรียนรู้พื้นฐานทางด้านฮาดแวร์ และวิศวะกรรมซอฟแวร์ จากที่นี่ (ปัจจุบันเขาก็ยังพัฒนาซอฟแวร์ประเภทนั้นไม่ได้อยู่ดี เพราะมารู้ความจริงว่ามันพัฒนายาก ซื้อเขามาใช้ง่ายกว่าเยอะ)

เมื่อจบแล้วเขาก็ได้ ทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ ในบริษัทเกี่ยวกับการเช่าซื้อรถยนต์ขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง, ทำได้ 6 ปีก็ได้รับการโปรโมทเป็น นักสถาปัตยกรรซอฟแวร์ ที่นี่

ณ. ที่แห่งนี้เขา ได้รู้จัก eXtreme Programming  (XP)  เขาได้เรียนรู้มัน และซึมซับความเป็น Agile จากกระบวนการ และเทคนิคต่างๆจากมัน

จากองค์ความรู้ XP เขาก็ได้สนใจเป็นอย่างมาก ที่จะเรียนรู้ลึกซึ้งต่อไปเรื่อยๆในทุกสิ่งอย่างที่เกี่ยวข้องกับการกำเนิด Agile

หลังจากนั้นก็ ออกจากบริษัทเดิมที่อาศัยอยู่มากว่า 5 ปี เพราะเขาอยากใช้ความรู้ที่ตนเองมีให้เป็นประโยชน์มากกว่านี้ ออกมาเป็นโปรแกรมเมอร์โดยใช้ความรู้จาก XP ที่ตนมีแก้ปัญหาโดยพัฒนาซอฟแวร์แอพพริเคชั่น ในบริษัทเอกชน และรัฐบาล ในพื้นที่ปัญหาที่เขาเชี่ยวชาญมากมาย ดังนี้ การจัดการกระบวนการและการไหลของเอกสารทางธุรกิจในองค์กร, การรับเงินหน้าร้าน, การเงินการบัญชีภายใน, การผสมองค์ประกอบของส่วนผสมปูน, การประกันภัย, วิเคราะห์ข้อมูลจากอุปกรณ์ที่ติดตั้งในรถยนต์, การวิเคราะห์ข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับพื้นที่, การบริหารงานบุคคล, การจัดการโครงการ, การจัดการคลังสินค้า, การจัดการและออกแบบคลังข้อมูล, การวิเคราะห์ทางสถิติ และนำเสนอข้อมูลในรูปแบบต่างเพื่อการตัดสินใจ และอื่นๆอีกมากมาย ในด้านที่เกี่ยวกับภาคธุรกิจทั้งหมด มาจนถึงปัจจุบันนี้

เขามีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาซอฟแวร์เพื่อใช้แก้ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจทั้งในระดับมหภาค และจุลภาค

เมื่อ 3 ปีก่อนในขณะค้นคว้าเพื่อแก้ปัญหาให้หน่วยธุรกิจอยู่นั้น เขาได้รู้จัก Scrum และพบว่า มันสามารถใช้ จัดการโครงการแบบอื่นๆได้กว้างขวางกว่า แล้วยังนำมาอธิบายให้ผู้เชี่ยวชาญในภาคธุรกิจทุกๆระดับในองค์กรให้ เข้าใจได้ ง่ายกว่า XP

มันยังสามารถนำมาปรับใช้ได้กับทุกๆ ทีมพัฒนาโครงการ ที่มีเป้าหมายใดๆก็ได้ โดยใช้กฏแห่งเกมส์ Scrum ที่มีเพียงแค่ 5 กิจกรรม, 3 ผู้เล่น และ 3 เอกสารที่ใช้เพื่อสื่อสารกัน (The Scrum Guide) เพียงเท่านั้น

Scrum มีจังหวะการจัดการและบริหารงานในโครงการแบบเดียวกับ XP ซึ่งทำให้เขาเข้าใจมันได้ไม่ยากนัก ดังนั้นเขาจึงเริ่มต้นศึกษาค้นคว้าอย่างจริงจัง จนได้มีโอกาศเรียน CSM (โดย “พี่รูฟ” ให้โอกาสไปเรียน ต้องขอบคุณพี่เค้ามากๆ ) และได้ CSP ในกาลต่อมา

ตอนนี้เขายังคงเป็นโปรแกรมเมอร์ และนักวิทยาศาสตร์ในด้านการพัฒนาซอฟแวร์ เพื่อหวังว่า จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อน องค์ความรู้ทุกด้านที่เกี่ยวกับ Agile ให้ขยายความรู้นี้ต่อไปได้ใน ระดับบุคคล, ระดับทีม, ระดับองค์กร, ระดับชาติ และ ระดับโลก มันเป็นที่ซึ่งเขาต้องอาศัย และพึ่งพาเกี่ยวข้องอยู่ อีกนานจนกระทั่งเขาได้จากโลกนี้ไป

และเขาก็ยังเชื่ออีกว่าสิ่งที่ขับเคลื่อนอยู่นี้มันจะย้อนกลับมาสู่ตัวเขาเอง โดยผ่านระดับโลก, ระดับชาติ, ระดับองค์กร,  ระดับทีม, จนถึงระดับบุคคล นั่นคือตัวเขาและครอบครัวของเขาได้ด้วย หากมันเกิดขึ้นจริงตามที่เขาตั้งใจ… นั่นเป็นสิ่งที่เขาฝันไว้

ก็ขอจบการแนะนำตัวเขานี่ไว้เพียงแค่นี้ครับ

สุดท้ายผม และ ดิ่ง ต้องขอขอบพระคุณ “พี่หนุ่ม” อย่างสูง เจ้าของพื้นที่ “Scrum123″ ได้ให้โอกาสไอ้ดิ่ง มันได้ใช้พื้นที่นำเสนอ Scrum และ ขอขอบพระคุณ “พี่รูฟ” อย่างสูง ที่ให้โอกาสมันได้ไปเรียนในชั้น CSM กับ อาจารย์ Bas Vodde อันมีคุณค่ายิ่ง จนทำให้มันเกิดอารมณ์ร่วมอยากออกมาเป็นส่วนหนึ่งในอะไรก็แล้วแต่ที่เกี่ยวกับ Scrum และ Agile  -/\- 

ขอบคุณครับ

#:P 

CSM/CSP

แนะนำตัวกันหน่อย….ปะกิด parrkiid ลิงที่ไหนเนี่ย

2014-10-21 16 05 42

ใครจ๊ะเนี่ย?? ไม่คุ้นเลย ไม่รู้จักง่ะ…

สวัสดีค่าา พิชญา เพ็ญจันทร์ ชื่อเล่น “ภา” จ้า แต่ถ้าคนสนิทๆบางคน จะเรียก “ปะกิด” ไม่ก็ “ถุย”
ทำหน้าที่เป็น Scrum Master ให้กับทีมที่เว็บไซต์ OLX Thailand ค่ะ

อ่า…แล้วก่อนหน้านี้ล่ะ ทำอะไรมาบ้าง

ก่อนหน้านี้ ทำมาหลายอย่างค่ะ แบบมั่วๆซั่วๆ (ฮาาา) เริ่มต้นจากการทำงานที่เว็บไซต์รถมือสอง (อันดับหนึ่งเลยนะ อั๊ยย่ะ) ด้วยตำแหน่งเป็น Programmer ก่อน แล้วก็ด้วยความที่ว่า บอสเห็นว่า เป็นคนที่พูดจาภาษาคนรู้เรื่องหน่อย เลยได้ควบตำแหน่งเป็น Business Analyst (และด้วยว่าเป็นบริษัทเล็กๆ เลยได้ทำลองทำทุกขั้นตอน ตั้งแต่ เก็บ Requirement, Mock-up, ออกแบบระบบ, เขียนโปรแกรม, Testing, บลาๆ…ซึ่งรู้สึกโชคดีมากๆค่ะ ได้ลองทำทั้งหมด ตั้งแต่ยังเด็กน้อย เลยได้ทำ Waterfall แบบเต็มขั้นเลยยย เย้~~)

จากนั้น ก็ผันตัวมาเป็นสาย Product Development เต็มตัว เมื่อ 5 ปีก่อน ที่เว็บไซต์ Sanook ในส่วน Classified และเดินสายนี้เรื่อยมา จนวันนึง Sanook Classified ได้เปลี่ยนเป็นเว็บเอกเทศมีบอสเป็นคุณ Tiwa York และจากวิสัยทัศน์ เราได้เริ่มมาสาย Scrum กัน โดยภาสวมหมวก Product Owner

และเมื่อประมาณต้นปี หัวหน้าได้เสนองานใหม่เป็น Scrum Master แบบ Full Time ให้กับทีม ภาตกลง และเริ่มไปเรียน CSM จนในที่สุด ก็ได้ลองเริ่มทำงาน Scrum Master เต็มขั้นจริงๆเมื่อ 2 เดือนก่อนค่ะ ^^

 

ยาวนะหล่อน…แล้วตอนนี้ วางแพลนจะทำยังไงต่อไปจ๊ะ

ตั้งใจว่าจะพัฒนาตัวเอง ในสายอาชีพ Agile ให้ดีที่สุดค่ะ รู้สึกว่า…”มันใช่อ่ะ” คือรู้สึกว่าเข้ากับนิสัยตัวเองมากกว่าการเป็น Product Owner ถึงแม้ว่าตอนนี้ จะยังอ่อนมากกกกก เต็ม 10 ให้คะแนนตัวเองซัก 1.5 แต่จะทำให้ดีที่สุดค่ะ เพื่อให้ทีมของเรา ทำงานให้มีความสุข และงานออกมาดีที่สุด อยากจะสร้างที่ทำงานในฝัน ที่ทุกคนมีความสุขในทุกๆจังหวะการทำงาน

และเป้าหมายสูงสุดตอนนี้คือ อยากจะเก่งๆๆ และขยับจาก Scrum Master เป็น Agile Coach ในซักวัน ^_^

 

จบดีมะ?

จบค่ะจบ ยังไงก็…ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ จะพยายามเต็มที่จ้าา และหากความรู้ ความสามารถอันน้อยนิดของภา (ไม่ว่าจะด้านไหนๆ) พอช่วยใครได้ ก็ยินดีช่วยเต็มที่นะคะ เจอหน้ากันก็ทักกันได้ ถามได้ค่ะ ว่าทำไมมีชื่อแบบนั้น แหะๆ ขอบคุณค่าาา (-/\-)

 

« Older posts

Copyright © 2015 สกรัม หนึ่ง สอง สาม ปลาฉลามขึ้นบก

Theme by Anders NorenUp ↑