สวัสดีเช้าวันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 วันทำงานวันสุดท้ายของสัปดาห์นี้ เช้าวันนี้นำหนึ่งเรื่องที่ผมได้แบ่งปันไปในชั้นเรียน ScrumMaster in Action รุ่นที่ 1/2560 ที่จัดไปเมื่อวันจันทร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2560 ถึง วันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 เรื่องที่ว่านั้นคือ Tuckman’s Team and Group Development Model ที่ว่ากันด้วยเรื่องของการพัฒนาทีมขึ้นมาโดยแบ่งพัฒนาการของทีมออกเป็น 5 ช่วง คือ Forming, Storming, Norming, Performing และ Adjourning

ตัวอย่างของ 5 สถานะของทีม

ผมเป็นหนึ่งคนที่เล่นกีฬาและเสพหนังกีฬาโดยเฉพาะ Basketball และ American Football ดังนั้นจึงขอยกตัวอย่างหนึ่งตัวอย่างจากเรื่อง Coach Carter (2005)

ผมแนะนำเป็นการส่วนตัวให้เพื่อนพ้องน้องพี่โดยเฉพาะผู้ที่อุปโลกน์และโดนอุปโลกน์ตัวเองขึ้นเป็น ScrumMaster หรือ Agile Coach ไปนั่งเสพหนังเรื่องนี้และต่อด้วยอีกเรื่องที่เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการพัฒนาทีมคือ Remember The Titans

ทีมเป็นสิ่งมีชีวิต ไม่ใช้กลุ่มก้อนของคนที่เอามากองรวมกันแล้วเรียกว่าทีม

เรมักจะใช้คำว่า ทีม กันอย่างติดปากไม่ว่าจะในบริบทของงานใดๆ ก็ตาม สำหรับผมเองนั้นมีประสบการณ์ตรงกับเรื่องของ ทีม ตั้งแต่สมัย ม.ปลาย ที่เกิดขึ้นด้วยเหตุบังเอิญ ณ โรงยิมที่โรงเรียนบางมูลนากภูมิวิทยาคม อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร ณ ตอนนั้นเดินเข้าไปเพื่อตามหาเพื่อนและได้เจอกับครูดม ครูพละและโค้ชทีมบาสเก็ตบอลของโรงเรียน จนได้เข้าไปร่วมฝึกซ้อมกับทีมนักกีฬาบาสเก็ตบอลตัวแทนของโรงเรียนทั้งรุ่นพี่ รุ่นเดียวกันและรุ่นน้อง

เราซ้อมกันทุกวัน วันละ 4 ชั่วโมงหลังเลิกเรียน ตลอดระยะเวลาห้าหกเดือน

เรา เดินทางด้วยกัน กินพร้อมกัน นอนพร้อมกัน ใช้ชีวิตด้วยกัน ลงแข่งด้วยกัน แพ้ด้วยกันและชนะด้วยกัน

ระยะเวลาค่อยๆ หล่อหลอมการเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันจนกลายเป็นทีมบาสเก็ตบอลของโรงเรียนมัธยมเล็กๆ ที่บ้านนอก

ดังนั้นสำหรับผม ทีม มิใช่แค่เพียง การเอาคนมากองกองรวมกันแล้วเรียกว่า ทีม

ทีมเป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องการดูแลเอาใจใส่ ปรับตัว ช่วยเหลือ แบ่งปัน และมุ่งไปที่เป้าหมายเดียวกัน

ผมไม่รู้หรอกว่าเพื่อนพ้องน้องพี่ที่อ่านมาถึงบรรทัดนี้จะรู้สึกกับความเป็นทีมของผมหรือไม่ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร

ทีมพัฒนาและส่งมอบซอฟต์แวร์ (Development Team) ก็เป็นสิ่งมีชีวิตเฉกเช่นเดียวกัน

ในจักรวาลของ Scrum นั้น ประกอบไปด้วยสามบทบาทคือ Product Owner, Development Team และ ScrumMaster (แต่ก็มิใช่ว่าจะไปไหนมาไหนกันได้เพราะกลุ่มคนเหล่านี้ ยังคงต้องทำงานกับคนอื่นๆ ด้วยนะ) บ่อยครั้งที่เกิดความคาดหวังจากระดับบริหารจัดการว่าจากกลุ่มคนที่มีหน้าที่พัฒนาซอฟต์แวร์นั้น พอย้ายจักรวาลจาก Waterfall ที่ทำงานได้กากกาก แล้วนำไปอยู่จักรวาล Scrum แล้วทีมจะหล่อขึ้นมาและสามารถพัฒนาพร้อมทั้งส่งมอบซอฟต์แวร์ออกมาได้ดีกว่าจักรวาลเดิม ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดอย่างแรง

สำหรับผมไม่ว่าจะจักรวาลใด Waterfall หรือ Scrum ทีมพัฒนาและส่งมอบซอฟต์แวร์นั้นก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องการการพัฒนาและเติบโต

สามารถอ้างอิงจากรูปแบบสถานะของการพัฒนาทีมของ Tuckman ได้

Forming

ระยะแรกของทีมจะเป็นระยะของการรวมตัวกันของคนที่มีทักษะและประสบการณ์ที่แตกต่างกัน โดยแต่ละคนยังมีความเป็นตัวตนอยู่เยอะ ยังมอง ยังคิด ทุกอย่างเป็นในมุมของ ตัวกู ของกู งานฉัน งานแก อยู่ จะมาก จะน้อย ก็ขึ้นอยู่กับจริตของแต่ละบุคคล ดังนั้นในระยะแรกของการสร้างทีมเราจะได้กลุ่มก้อนของคนมากองรวมรวมกัน

ScrumMaster หรือ Agile Coach ลองสังเกตดูได้ว่า ทีมที่กำลังดูแลและสร้างอยู่อยู่ในสถานะนี้หรือไม่?

หากทีมอยู่ในสถานะนี้ ซอฟต์แวร์ที่ถูกพัฒนาออกมานั้นมิได้มีความโดดเด่นอะไรจากเดิมที่แต่ละคนเคยทำทำมาในจักรวาลเดิมที่อยู่กัน

สิ่งที่ ScrumMaster หรือ Agile Coach สามารถนำพาทีมได้ ณ สถานะนี้คือ

  • สังเกตบุคลิกของสมาชิกในทีมแต่ละคน หาจุดอ่อนและจุดแข็ง ทักษะหลักและทักษะรอง เพื่อเตรียมแผนในการพัฒนา
  • สังเกตหาจ่าฝูง 🙂
  • เริ่มช่วยทีมสร้าง ข้อตกลงในการอยู่ร่วมกันและทำงานร่วมกันแบบเล็กเล็ก เบาเบา สบายสบาย ขึ้นมาก่อน
  • เริ่มเสริมเพิ่มเติมองค์ความรู้และทักษะต่างต่างของการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบแอจไจล์ด้วย Scrum และ Extremem Programming รวมทั้งแนวทางปฏิบัติจากจักรวาลอื่นๆ ที่จำเป็นเข้าไป แต่อย่าใจร้อนนะ ค่อยค่อย ค่อยค่อย (Training)

Stroming

ทีมจะเกิดการพัฒนาและเติบโตมาถึงจุดนี้โดยความเป็นตัวตน ตัวกู ของกู ยังคงมีอยู่ สิ่งที่จะเกิดขึ้นนั้นคือความขัดแย้ง ขัดแข้ง ขัดขา ขัดคอ เหยียบตีน เตะตัดขา อาจจะหนักขนาดเอานิ้วจิ้มตากันก็มีได้ แต่ในเวลาเดียวกันจะได้เห็นการวางตำแหน่งหน้าที่ความรับผิดชอบได้แบบลางลางขึ้นด้วยเช่นกัน

ScrumMaster หรือ Agile Coach หากสังเกตได้ว่าทีมมาอยู่ในสถานะนี้แล้ว อย่าได้ ตกอก ตกใจ มากมายอะไรหนัก เป็นเรื่องปกติและเป็นสัญญาณที่ดีของการเริ่มที่จะมีความเป็นทีมเกิดขึ้นแบบบางบาง หากทุกอย่างสุกงอมเราจะได้เห้น จ่าฝูง ชัดเจนขึ้น

เมื่อทีมเข้ามาสู่ระยะนี้สิ่งที่จะเกิดขึ้น ดราม่าจะมา ความขัดแย้งจะเกิดขึ้น ซึ่งจะมีผลไม่มากก็น้อยกับการพัฒนาและส่งมอบซอฟต์แวร์ออกไปโดยตรง

สิ่งที่ ScrumMaster หรือ Agile Coach จักต้องลงมือทำก็คือ

  • เพิ่มข้อตกลงในการอยู่ร่วมกันและทำงานร่วมกันให้ชัดเจนขึ้น
  • ทุกทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้นให้เกิดความกระจ่างขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นบทบาทหน้าที่เอย ความครบถ้วนของ Requirements เอย การทดสอบที่ครอบคลุมและครบถ้วนขึ้นเอย เป็นต้น
  • ยังคงดำเนินการเรื่องของการเสริมเพิ่มเติมองค์ความรู้และทักษะต่างต่างของการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบแอจไจล์ด้วย Scrum และ Extremem Programming รวมทั้งแนวทางปฏิบัติจากจักรวาลอื่นๆ ที่จำเป็นเข้าไป แต่อย่าใจร้อนนะ ค่อยค่อย ค่อยค่อย
  • เพิ่มเรื่องของการดึงศักยภาพ (Coaching) ในการพัฒนาและส่งมอบซอฟต์แวร์ขึ้นมาในระดับของทีม
  • เพิ่มเรื่องของการดึงศักยภาพ (Coaching) ในมุมมของจุดด้อยของแต่ละบุคคลขึ้นมา รวมทั้งการดึงศักยภาพของจุดเด่นของแต่ละบุคคลออกมาด้วย
  • อาจจะมีดราม่าเกิดขึ้น ขอให้จมูกไวไว เพื่อลดระดับความดราม่าลง

Retrospective สำคัญมากมาก ณ สองระยะ Forming และ Storming

พิธีกรรม Retrospective เป็นพิธีกรรมที่สำคัญมากมาก ณ สองช่วงระยะนี้ ซึ่ง ScrumMaster หรือ Agile Coach จะต้องดำเนินพิธีกรรมนี้อย่างมั่นใจเพราะจะสามารถดึง รวบรวม คัดแยก กลุ่มปัญหาและอุปสรรคต่างต่างที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาของรอบการพัฒนาและส่งมอบซอฟต์แวร์ (Sprint หากอยู่ในจักรวาลของ Scrum หรือ Iteration หากอยู่ในจักรวาลของ Agile Methodology อื่น เช่น Extremem Programming – XP)

หากจะมีดราม่าใดใดเกิดขึ้น โปรดควบคุมให้อยู่แต่พองาม

น้ำตาอาจจะมา ตระเตรียมกระดาษทิชชูไว้

หากคิดว่าคุมได้ ทีมมีวุฒิภาวะพอ ให้ระบายกันตรงๆ เลย อัดอั้นอะไร ติดค้างอะไรในใจ ให้พูดเขียนออกมาบน Post-it  แล้วแปะไว้บนผนัง แล้วก็ให้พูดอธิบายใส่ผนัง เพื่อลดแรงกระทบส่งไปที่ตัวบุคคล

ปัญหาหรืออุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละรอบการพัฒนาและส่งมอบซอฟต์แวร์นั้น ScrumMaster หรือ Agile Coach นั้น อาจจะจำเป็นต้องนำเสนอกระบวนท่าในการแก้ไขหรือลดระดับผลกระทบของปัญหาหรืออุปสรรคเหล่านั้นลง จะเยอะ จะน้อย เพียงใด ลองพิจารณาวุฒิภาวะของทีมดู แต่กระบวนท่าเหล่านั้น ScrumMaster หรือ Agile Coach จะต้องมั่นใจว่าตนเองเคยใช้มันมาก่อยนและเกิดผลแล้วจากการลงมือทำ ห้ามไปฟัง ไปเสพ แล้วเอามาให้ทีมใช้เป็นอันขาด พร้อมทั้งพึงระวังการ สั่ง (Order) และ จัดการ (Manage) ให้มากมาก เราจักต้องใช้ การนำพา (Lead) พร้อมกับการนำเสนอทางเลือกและให้ทีมตัดสินใจร่วมกัน

พัฒนาทีมให้เติบโตเป็นหน้าที่โดยตรงของ ScrumMaster หรือ Agile Coach

ScrumMaster หรือ Agile Coach อย่าทำตัวแบบ มัคทายก ที่ดำเนินพิธีกรรมให้ครบถ้วนสมบูรณ์และถูกต้องเท่านั้น

หนึ่งในเรื่องสำคัญที่ต้องลงมือทำและทำให้ดูเป็นตัวอย่าง (Leading by Examples) คือ การพัฒนาทีมให้เติบโดตขึ้นทั้งส่วนของ Technical Skills, Soft Skills และทักษะอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ทีมสมารถก้าวเดินได้ด้วยตนเอง เพราะวันหนึ่งเรา ScrumMaster และ Agile Coach จะไม่ได้อยู่กับเจาตลอด เราต้องค่อยค่อยเดินก้าวห่างออกมาเรื่อยเรื่อยและเป็นห่วงอยู่ห่างห่างกับการเดินทางของ Product Owner และ Development Team ในจักรวาลของการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบแอจไจล์

ณ จุดนี้ อย่าลืมว่า ทีมที่เป็นสิ่งมีชีวิตมิใช่เพียงแค่ ทีมพัฒนาและส่งมอบซอฟต์แวร์ (Development Team) เพียงเท่านั้น ในจักวาลของ Scrum นั้นมีสมการของทีมคือ

Scrum Team = Product Owner + Development Team + ScrumMaster

นะจ๊ะ 🙂

ณ วันนี้ผมพูดพล่ามเพียงแค่การสร้างและพัฒนาทีมพัฒนาและส่งมอบซอฟต์แวร์เพียงเท่านั้น

วันศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 เวลา 07:59น.
อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี